สนับสนุน settakid.com

สมัครเป็น member ฟรี

ขอเชิญเพื่อน ๆ มาสมัครเป็น member เพื่อรับบทความใหม่ผ่านทางอีเมล์ พร้อมกับ weekly email รวมลิงก์น่าอ่านสุดสัปดาห์ที่คัดมาแล้ว ผมทราบดีว่าสมัยนี้ทุกคนยุ่ง อาจไม่มีเวลามานั่งเช็คเว็บนี้ได้ตลอด จึงได้สร้าง member email list ขึ้นมาครับ

Home/บทความ/Smarter Policy

อนาคตของข้อมูลGIS:เก็บตกงานสัมมนา Esri UC 2016

ผมเชื่อว่าในอีกไม่ช้าการบริหารจัดการบ้านเมืองในมหานครทั่วโลกจะ sci-fi หลุดโลกไม่ผิดไปจากที่เราเคยเห็นในวิดีโอเกมส์สร้างเมืองชื่อ Sim City หรือในภาพยนต์ประเภท Thriller ที่ภาครัฐเก่งและไฮเทคเหลือเชื่อ จริงๆ แล้วผมเชื่อในเรื่องนี้มานานแล้ว เพียงแต่ความเชื่อนี้เกิดทวีคูณขึ้นหลายเท่าตัวหลังจากที่ผมได้มีโอกาสไปเปิดหูเปิดตาในงานสัมมนาแห่งโลกอนาคตที่ชื่อว่า ESRI User Conference 2016 ณ เมืองซานดิเอโก ประเทศสหรัฐอเมริกา  งานสัมมนานี้เป็นการรวมตัวของผู้ใช้งานซอฟต์แวร์ของบริษัท ESRI ผู้ผลิตซอฟต์แวร์อันดับหนึ่งในการวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูลGIS (ข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์) เกือบ 2 หมื่นคนจากทั่วโลกเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประชันผลงานในการประยุกต์ใช้ข้อมูลแผนที่เหล่านี้เข้ากับองค์กรและสังคมของตน บอกได้คำเดียวว่าผมทึ่งมากในสิ่งที่ “Microsoft Office สำหรับข้อมูลแผนที่” พวกนี้สามารถเข้ามาพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์ได้จากหลายมิติมาก ผมเคยเขียนเกี่ยวกับข้อมูลGIS ไปแล้วในบทความนี้ แต่สองสิ่งจากงานสัมมนาครั้งนี้ที่ผมคิดว่าสำคัญและสมควรแก่การนำมาเล่าสู่กันฟังที่สุดคือ 1.ประโยชน์หลากมิติ – การประยุกต์ใช้ข้อมูลGIS จะง่ายและมี scope กว้างขึ้นกว่าเดิมมาก 2.ใครก็ใช้ประโยชน์จากGIS ได้ – คุณไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ก็ยังใช้ประโยชน์จากGIS ได้มหาศาล บทความนี้จะนำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจจากงานสัมมนาครั้งนี้และขยายความของสองข้อสังเกตทั้งสองนี้ครับ

เศรษฐศาสตร์ในยุค Big Data

ผมคิดว่ามันน่าทึ่งมากที่ขณะนี้เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในยุคที่อีกไม่นานสมองกลจะสามารถมองเห็นภัยในระบบการเงินโลกอันแสนจะยุ่งเหยิงได้ก่อนมนุษย์และสามารถรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวแปรเศรษฐกิจในระยะสั้นได้ดีกว่าเรา แต่ที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือมันเป็นยุคเดียวกันกับช่วงเวลาที่นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมาก (ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่น่าจะทราบดีกว่าใครเพื่อน!) ยังเห็นไม่ตรงกันว่าโลกเราจะเป็นอย่างไรภายใต้ภาวะดอกเบี้ยติดลบ และยังตกลงกันไม่ได้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ควรจะขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไร …และต้องไม่ลืมว่านี่ก็เป็นยุคเดียวกันกับยุคที่นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำหลายคนมองไม่เห็นสัญญานก่อนเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ หลายคนจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าท่ามกลางกระแส Big Data ที่มาพร้อมกับความร้อนแรงของสาขา Machine Learning และสาขาอื่นๆ ภายใต้ศาสตร์แห่งวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science)  บทบาทและคุณค่าของนักเศรษฐศาสตร์ในยุคนี้คืออะไรกันแน่ และมันจะเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบใด ผมเองมองว่ากระแส Big Data ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีเพราะว่าถึงเวลาแล้วที่ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์หลายๆ ทฤษฎีควรถูกจับมาพิสูจน์ด้วยข้อมูลที่เราไม่เคยมีมาก่อน ในอนาคตเราจะได้เข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ในระบบเศรษฐกิจที่นับวันยิ่งทวีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น แต่ที่ผมคิดว่าน่าสนใจที่สุดคือช่องทางที่นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ๆ นั้นได้เริ่มปรับตัวเข้ากับกระแส Big Data นี้อย่างช้าๆ ไปเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังได้เริ่มเบิกทางให้เราเห็นแล้วว่าอีกในไม่กี่ปีข้างหน้าสาขาเศรษฐศาสตร์จะต่อยอด Big Data อย่างไรและให้อะไรได้บ้างกับวงการธุรกิจและสังคมโดยรวม โดยหลักๆ แล้วผมมองว่านักเศรษฐศาสตร์จะสามารถเข้ามาช่วยสร้าง value ในยุค Big Data นี้ได้ใน 2 ช่องทางหลักๆ : สร้างและใช้มาตราวัดตัวแปรเศรษฐกิจใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า มีความแม่นยำสูงกว่า และมีต้นทุนในการเก็บข้อมูลที่ต่ำกว่าวิธีเดิมๆ ช่วยทีม Business Analytics ไปให้ใกลกว่าการคาดคะเนหรือจำลองอนาคต (predictive modeling) เพื่อไปสู่ความเข้าใจถึงความเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน (causation) บทความนี้จะพาท่านผู้อ่านไปสำรวจดูว่าล่าสุดนี้มีการประยุกต์ใช้ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ร่วมกับกระแส Big

กำเนิด Open Data: สัมภาษณ์เบื้องหลังการเปิด “ข้อมูล GIS” ในสหรัฐฯ

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิตอลอย่างช้าๆ สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะช้ารั้งท้ายกว่าเพื่อนคือการเปิดข้อมูลสาธารณะทั้งหมดให้แก่ประชาชน ผมเคยเขียนถึงประโยชน์อันมหาศาลของ Open Data ไว้แล้วที่นี่  สำหรับท่านผู้อ่านที่ไม่เคยสัมผัสกับ Open Data ต่อไปนี้คือสิ่งที่ประชากรที่อยู่อาศัยในประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถทราบและดาวน์โหลดได้เพียงแค่ไม่กี่คลิ๊ก รถแท็กซี่คันไหนจอดรับส่งผู้โดยสารที่ไหน ใช้เส้นทางไหน ได้เงินเท่าไหร่ ได้ทิปเท่าไหร่บ้าง ทุกวัน ทุกวินาที ตั้งแต่ปี 2009 (ลองดู visualization เรื่องราวของแท็กซี่แต่ละคันในเมืองนิวยอร์กในปี 2013 ได้ที่นี่) ภาษีที่ดินที่เจ้าของตึกทุกตึกในเมืองคุณเสียให้กับรัฐบาลไปเมื่อปีที่แล้ว จะเอาตึกไหนก็เลือกดูได้เลย ในย่านที่คุณอยู่อาศัยมีอัตราการก่ออาชญากรรมสูงแค่ไหนเทียบกับย่านที่คุณกำลังจะตัดสินใจซื้อบ้านใหม่ บริษัทไหนในเมืองคุณที่ทำธุรกรรมกับองกรค์ภาครัฐมากที่สุด ซื้อขายอะไรมากที่สุด ดูได้เป็นจำนวนเม็ดเงินในแต่ละเชคเลยทีเดียว เทศบาลของคุณสามารถซ่อมถนน ซ่อมไฟถนน หรือย้ายสิ่งกีดขวางที่เป็นอันตรายบนท้องถนนได้เร็วแค่ไหนหลังจากที่คุณโทรศัพท์ไปแจ้งเทศบาลของคุณมีประสิทธิภาพขึ้นบ้างไหมในช่วงห้าปีที่ผ่านมาหรือว่าแย่ลงเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินในเมืองคุณมีศักยภาพแค่ไหน ตำแหน่งราชการใดในเมืองคุณที่มีเงินเดือนมากสุด ประโยชน์ของ Open Data ทั้งต่อสังคมและต่อรัฐบาลเองมีในมิติใดบ้างนั้นผมขอเชิญอ่านบทความที่แล้วนะครับ   ส่วนในบทความนี้ผมจะนำเสนอ 2 สิ่ง: สิ่งแรกคือคุณค่าของการเปิดข้อมูลประเภทพิเศษที่เรียกว่า ข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) ซึ่งผมจะเรียกย่อๆ ว่า “ข้อมูล GIS”  ข้อมูลเชิงแผนที่แบบนี้มีประโยชน์อันมหาศาลในการเอาไปต่อยอดเพื่อพัฒนานโยบายสาธารณะ (Public Policy) ในระดับท้องถิ่น

Load More Posts