สนับสนุน settakid.com

สมัครเป็น member ฟรี

ขอเชิญเพื่อน ๆ มาสมัครเป็น member เพื่อรับบทความใหม่ผ่านทางอีเมล์ พร้อมกับ weekly email รวมลิงก์น่าอ่านสุดสัปดาห์ที่คัดมาแล้ว ผมทราบดีว่าสมัยนี้ทุกคนยุ่ง อาจไม่มีเวลามานั่งเช็คเว็บนี้ได้ตลอด จึงได้สร้าง member email list ขึ้นมาครับ

Home/บทความ/เศรษฐศาสตร์ภาษาคน

คำถามน่าคิดก่อนภาวะเงินเฟ้อจะกลับมา

ขณะนี้กำลังมีสัญญานว่าภาวะเงินเฟ้อที่ห่างหายไปนานมีโอกาสที่จะกลับมาเยือนพวกเราในเร็วๆ นี้ ล่าสุดอัตราเงินเฟ้อในเศรษฐกิจขนาดใหญ่ได้เริ่มปรับตัวขึ้นแล้ว เยอรมันเมื่อเดือนธ.ค. ปี 2016 ได้ปรับตัวขึ้นมากถึง 1.7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่ามากที่สุดตั้งแต่ปี 2013  เฟดเองหลังจากที่ขึ้นดอกเบี้ยเมื่อท้ายปีที่แล้วก็ได้ใช้คำว่า “ขึ้นมามากพอควร” เพื่อใบ้ว่าเงินเฟ้อกำลังปรับตัวสูงขึ้น  ในประเทศไทยเองอัตราเงินเฟ้อในเดือน ธ.ค. 2016 ก็ได้ปรับตัวมากที่สุดในรอบ 2 ปี ที่ผ่านมาเช่นกัน  โดยนักวิเคราะห์ส่วนมากมองว่ามีผลมาจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมัน (ซึ่งจะสะท้อนถึงต้นทุนที่สูงขึ้นของสินค้าแทบจะทุกประเภท) บทความนี้จะนำเสนอ 3 คำถามน่าคิดเกี่ยวกับเงินเฟ้อหากเศรษฐกิจโลกจะทำการเข้าสู่วงจรใหม่จริงๆ หลังจากที่จมกับภาวะเงินเฟ้อต่ำมาเป็นเวลานานหลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ครับ

3 มิติการลงทุนเมื่อมนุษย์อายุยืนขึ้น

หากย้อนเวลากลับไปสู่ยุคหิน คนไทยที่ขณะนี้กำลังมีชีวิตอยู่กว่า 80% จะอยู่เลยอายุขัยเฉลี่ยในสมัยนั้นไปหมดแล้ว ทุกวันนี้อายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดของมนุษย์เราได้ขยับจากแค่ 26 ปี (ในยุคหิน) ขึ้นมาอยู่สูงถึง 75 ปี (คนไทยในปี 2559) โดยที่ตัวเลขนี้ได้ทยานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าถึง 10 ปี ภายในแค่ช่วง 30 ปีที่ผ่านมา   ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี Bionics (ต่ออายุด้วยการแทนอวัยวะที่เสียหายด้วยหุ่นยนต์) ทางการแพทย์ (ต่ออายุให้เสียชีวิตจากโรคภัยได้ยากขึ้น) และทางชีววิทยา (ต่ออายุเอาดื้อ ๆ ด้วยการตัดต่อพันธุกรรม ซึ่งตอนนี้ทำได้ในหนอนตัวกลมแล้ว) มีแต่จะบ่งชี้ว่ามนุษย์ในอนาคตจะมีอายุยืนขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก แม้แนวโน้มนี้โดยรวมแล้วจะเป็นเรื่องน่ายินดี แต่มันก็เป็นการสร้างความท้าทายอันมหาศาลให้กับกระเป๋าสตางค์เราเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเรา “แก่ก่อนรวย” ในรูปการณ์แบบนี้ หากเราคิดจะเกษียณที่อายุ 65 เราจะต้องมีเงินเก็บพอใช้ไปอย่างน้อย ๆ 10-20 ปีขึ้นไป และที่จริงแล้วควรจะมีเงินเก็บมากกว่านั้นด้วยซ้ำเนื่องจาก 1) เราอาจ underestimate รายจ่ายทางสุขภาพก้อนใหญ่ที่มักจะมาถมกันตอนใกล้บั้นปลายชีวิต 2) เรามีโอกาสอายุยืนกว่าค่าเฉลี่ย และ 3) เราอาจต้องการเกษียณก่อนอายุ 65 ปี   พูดง่าย ๆ

Sunk Cost: ตัดใจหรือติดกับเมื่อติดดอย

ในบางสถานการณ์มนุษย์เราตัดสินใจได้แย่พอๆ  กับ (หรือแย่กว่า) นกพิราบที่กำลังเก็บกินเศษขนมปังตามท้องถนน “เพิ่งซื้อหุ้นซัมซุงมาอย่างแพง…Note 7 ดันเน่ายกแผง…แต่อย่าเพิ่งขายเลย เสียดาย” “X-Men ภาคสามนี่ทำได้แย่จริงๆ  แต่เสียดายค่าตั๋ว ทนดูไปอีกสองชั่วโมงแล้วกัน” “เราเกลียดงานเรา แต่อุตส่าห์ทำมาตั้ง 5 ปีแล้ว จะให้ลาออกได้ยังไง” “อย่าเพิ่งเลิกกันเลย เราอาจจะเข้ากันไม่ได้ แต่เราคบกันมาตั้ง 7 ปีแล้วนะ” ช่วงเวลาสำคัญๆ เหล่านี้มนุษย์ทุกคนล้วนเคยผ่านมันมาแล้วทั้งนั้น แต่จะมีส่วนน้อยที่ไม่เคยติดกับดักที่ชื่อว่า sunk cost fallacy

Load More Posts