menu Menu

ทำดีเพื่อเขาหรือเรา?: the Warm Glow Effect

การให้ การทำดี และการช่วยเหลือผู้อื่นนั้นมีอะไรที่น่าคิดมากมาย ทำไมบางคนที่บริจาคเงินเพื่อการกุศลถึงต้องการเปิดเผยชื่อสลักไว้ให้ผู้อื่นอ่าน ทำไมเพื่อนบางคนเวลาไปช่วยเหลือผู้อื่นมาแล้วต้องโพสต์รูปบอกทุกคนให้ทราบกันในเฟสบุ๊ค (โดยไม่ได้มีเจตนาจะรณรงค์อะไรใดๆ) ทำไมบางคนถึงยังชอบช่วยผู้อื่นในรูปแบบที่เราไม่เห็นด้วย หรือไม่ก็ในรูปแบบที่ไม่มีทางก่อให้เกิดผลดีอะไรได้กับสังคมจริง ๆ คำถามน่าคิดเหล่านี้ล้วนมีต้นตอมาจากว่าครั้งสุดท้ายที่คุณช่วยเหลือผู้อื่น บริจาคเงิน ทำงานเพื่อสังคม หรือให้ของขวัญ คุณจำได้ไหมว่าคุณทำไปเพราะอะไร เนื่องในโอกาสวันคริสต์มาส ซึ่งในปัจจุบันถือเป็น “เทศกาลแห่งการให้” ในหลายสังคมบนโลก บทความนี้จะชวนผู้อ่านไปขบคิดถึงพฤติกรรมการให้และการช่วยผู้อื่นจากมุมมองเศรษฐศาสตร์กันครับ

Read more


ลดภาษีแล้วเศรษฐกิจโตไวขึ้นจริงหรือ?

ในช่วงหนึ่งอาทิตย์หลังการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา  ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สามารถดีดตัวขึ้นมาได้อย่างเหนือความคาดหมายเนื่องจากนักลงทุนต่างมองว่าชัยชนะของโดนัลด์ ทรัมป์ และพรรครีพับลิกันซึ่งคุมได้ทั้งสภาคองเกรสและวุฒิสภานั้นจะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ เป็นหนึ่งเดียวขึ้น ไม่มีการขัดขากันเหมือนสมัยโอบามา  คิดจะทำนโยบายอะไรก็จะลื่นไหลกว่า หนึ่งในนโยบายที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงคือการหั่นภาษียกใหญ่ โดยตัวมันเองแล้วการลดภาษีเป็นนโยบายที่ใคร ๆ ก็น่าจะต้องชื่นชอบ เนื่องจากมันทำให้เรามีเงินในกระเป๋าสตางค์มากกว่าเดิม  แต่จากมุมมองที่กว้างกว่าแค่กระเป๋าสตางค์ของเรานั้นผลลัพธ์ของมันต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมกลับเข้าใจได้ไม่ง่ายนักและมักไม่ขาวดำเหมือนอย่างในตำราเศรษฐศาสตร์ระดับพื้นฐานทั่วไป สหรัฐฯ เป็นประเทศที่เคยมีการปฏิรูปนโยบายภาษีครั้งใหญ่ ๆ (ทั้งเพิ่มและลด) มาแล้วนักต่อนัก แต่กลับไม่มีผลลัพธ์ที่เด่นชัดต่ออัตราขยายตัวของ GDP ในระยะยาวเลย บทความนี้จะนำเสนอแนวคิดเชิงทฤษฎีและผลวิจัยเกี่ยวกับผลของการลดภาษีต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในอดีตครับ กินหวานแล้วค่อยกินเปรี้ยว โบราณเขาว่าให้เราอดเปรี้ยวไว้กินหวาน  แต่ผลวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ชี้ว่าการลดภาษีนั้นเปรียบเสมือนกับการกินหวานแล้วค่อยกินเปรี้ยว (หรืออดกิน) เนื่องจากมันสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะสั้นแต่มักไม่มีผลหรือส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจในระยะยาวเนื่องจากเป็นการเพิ่มการขาดดุลการคลัง ในมุมมองหนึ่งการลดภาษีเป็นการเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้เล่นทำงานและลงทุนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพวกเขาจะไม่ต้องแบ่ง “รางวัล” จากการกระทำเหล่านี้ให้กับรัฐบาลมากเท่าเดิม  เงินที่เคยกองอยู่อาจถูกนำออกมาหมุนเพิ่มขึ้น  ชั่วโมงพักผ่อนอาจถูกเปลี่ยนไปเป็นชั่วโมงทำงานมากขึ้น  นี่คือมุมมองที่คนส่วนมากใช้เป็นเหตุผลในการสนับสนุนนโยบายลดภาษีว่ามันจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ แต่ในอีกมุมมองหนึ่ง การลดภาษีก็เป็นการลดแรงจูงใจให้ผู้เล่นทำงานและลงทุนได้เหมือนกัน  เหตุเป็นเพราะว่าการลดภาษีเป็นการเพิ่มรายได้หลังหักภาษีแบบทันทีทันใด “ความรวยขึ้นแบบกระทันหัน”  นี้จึงเป็นการลดแรงจูงใจให้ผู้เล่นขยันขันแข็ง   ลองจินตนาการถึงกรณีการเพิ่มรายได้แบบสุดโต่งจากการที่คุณถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งดูก็ได้ครับ  หลังจากที่คุณทราบข่าวดีแล้วคุณคงไม่คิดจะออกไปทำงานจำนวนชั่วโมงเท่าเดิมใช่ไหมครับ สองมุมมองนี้เป็นไปได้ทั้งนั้น   คำถามคือแล้วที่ผ่าน ๆ มานั้นมุมมองไหนถูก ในระยะยาว งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าการลดภาษีไม่ได้ทำให้คนออกมาทำงานกันมากขึ้นและไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ไวขึ้น  (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nber.org/chapters/c10943.pdf  และ https://www.aei.org/wp-content/uploads/2013/12/-tax-policy-lessons-from-the-2000s-chapter-34_114619105718.pdf)  แม้กระทั่งการลดภาษีกำไรจากการขายทรัพย์สิน (capital gain […]

Read more



Previous page Next page

keyboard_arrow_up