menu Menu

สิ่งที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับรายการ "Sesame Street"

ใครที่สมัยเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่เคยให้ดูรายการทีวีภาษาอังกฤษที่ประเทืองปัญญาจะต้องจำรายการ Sesame Street ได้ไม่ลืมเลือน  คุณคงจำนกยักษ์สีเหลืองที่ชื่อ Big Bird พร้อมกับเพื่อนๆ สัตว์ประหลาดสีน้ำเงินสดใสที่ชอบกินคุ้กกี้ชื่อ Cookie Monster และ Elmo ในร่างสีแดงสดได้เป็นอย่างดี  แต่คุณคงไม่ทราบถึงที่มาว่าทำไมตัวอักษรภาษาอังกฤษถึงต้องสั่นหรือเคลื่อนไหวบนจอ  ทำไมถึงมีการสอนคอนเซ็ปต์คณิตศาสตร์สำคัญ เช่น “one-to-one correspondence” ให้กับผู้ชมอายุแค่ 3 ขวบ  ทำไมต้องมีเพลงที่ร้องซ้ำๆ อยู่เรื่อยไป และ ทำไมรายการนี้ถึงคอยแฝงคอนเซ็ปต์ผู้ใหญ่ๆ เช่น ความตาย การไม่เหยียดผิว การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ  การใช้ชีวิตเมื่อเด็กติดเชื้อ HIV และ การยอมรับเมื่อบิดาหรือมารดาถูกจำคุก ให้กับเด็กที่ยังอ่านหนังสือไม่ออกด้วยซ้ำ ตั้งแต่วันแรกที่รายการทีวี Sesame Street ออกฉายในปี 1969 นั้นได้มีงานวิจัยกว่า 1000 ชิ้นออกมาชี้ให้เห็นถึงผลกระทบทางบวกต่อความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียนและการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในกลุ่มเด็กๆ ที่ดูรายการนี้  บทความนี้จะเล่าเรื่องราวเบื้องหลังของการถ่ายทำที่น่าประทับใจของ Sesame Workshop ที่ทำการโพรดิวซ์รายการนี้และคัดผลวิจัยคุณภาพมาเพื่อชี้ให้ผู้อ่านได้เห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอินที่การผลิตรายการทีวีสำหรับเด็กจะทำให้เกิดผลลัพธ์ดีๆ เหล่านี้ได้  แต่กลับต้องใช้แรงกาย แรงใจ ความคิดสร้างสรรค์ ทีมนักวิจัย และความใส่ใจกับอนาคตเด็กอย่างมหาศาลเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีเหล่านี้

Read more


วิกฤตรัสเซีย: เมื่อหมีขาวถูกรังแก

ขณะนี้หมีขาวรัสเซียกำลังโดนซ้อม ทั้งราคาน้ำมันดิ่งเหว ทั้งค่าเงินป่นปี้ แถมยังโดนเตะซ้ำเข้าที่ชายโครงวันนี้ด้วยการที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โอบามาประกาศว่าจะกลับมามีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นและปลดโซ่ตรวนทางการค้ากับประเทศคิวบาที่เคยทำให้สงครามเย็นระหว่างสหรัฐฯกับรัสเซีย “ร้อน” และเกือบทำให้เกิดการแลกหมัดนิวเคลียร์ขึ้นมาทันทีในปี 1962  มิหนำซ้ำยังจะมีการซ้ำเข้าที่เบ้าตาหมีขาวอีกทีเมื่อโอบามาลงนามการคว่ำบาตรปิดโลงรัสเซียรอบต่อไปในอาทิตย์นี้ (และมีข่าวฮือฮาบอกว่าลงนามไปแล้วด้วย) ตอนนี้ทั้งโลกกำลังจับตามองชะตากรรมของเศรษฐกิจรัสเซียที่ค่าเงินรูเบิลร่วงลงมากว่า 50% จากช่วงกลางเดือนมิถุนายนปีนี้ (และหล่นลงมากว่า 20% ภายในวันเดียวเมื่อสองวันก่อน)  แม้ว่าธนาคารกลางรัสเซียจะได้พยายามสกัดการร่วงของรูเบิลไปแล้วด้วยการขึ้นดอกเบี้ยจาก 10.5% เป็น 17% ก็ตาม เมื่อค่าเงินอ่อนปวกเปียกอย่างฉับพลันและรุนแรงอย่างไม่มีอะไรห้ามได้เช่นนี้ เป็นเรื่องปกติที่จะเกิดภาวะ “panic” ขึ้นกับทุกฝ่ายไม่ใช่แค่กับนักลงทุนเท่านั้น  ซึ่งล่าสุดชาวรัสเซียเองก็ได้เริ่มรู้สึกสัมผัสกับ “ภาวะรูเบิลไร้ค่า” นี้แล้วเมื่อราคาสินค้าทั่วไปเริ่มปรับตัวขึ้นอย่างกระทันหัน ร้านค้าเริ่มปรับราคาขึ้นรายวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจต่างชาติยักษ์ใหญ่ที่ต้องคำนึงถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เช่น แมคโดนัลด์ได้เริ่มปรับราคาขึ้น ในขณะที่บริษัท Apple ก็ได้ยกเลิกการขายสินค้าออนไลน์ให้กับผู้บริโภคในรัสเซียไปเรียบร้อยแล้ว ต้องยอมรับว่าวิกฤตครั้งนี้ส่อแววแย่ค่อนข้างไวและสร้างความหวาดกลัวให้กับมีหลายฝ่ายจนถึงขั้นเริ่มมีคนหยิบยกประเด็นวิกฤตรัสเซียคราวที่แล้วเมื่อปี 1998 ขึ้นมาเปรียบเทียบกับวิกฤตคราวนี้ว่าอาจจะได้เห็นอะไรแย่ๆ ได้ในเร็วๆ นี้  บทความนี้จะสรุปสั้นๆ ในสี่หัวข้อ: 1. วิกฤตนี้เกิดขึ้นจากปัจจัยอะไร 2. อะไรคือจุดเสี่ยงของเศรษฐกิจรัสเซีย 3. บทบาทของศึกแย่งชิงเวทีโลกที่อยู่เบื้องหลังวิกฤตนี้ 4. ทางออกของปูติน

Read more



Previous page Next page

keyboard_arrow_up